1 Way

หนทางสู่ความจริง

และชีวิตใหม่

“ทุกวันนี้เรามีความสุขแล้วหรือไม่?”

“ชีวิตเราสมบูรณ์แล้วหรือยัง  ต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกไหม”

“สันติสุขของชีวิตมนุษย์ ที่แท้จริงแล้วมันคืออะไร?”

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่มีอยู่ในใจมนุษย์มาหลายยุคหลายสมัย  อันนำไปสู่การแสวงหาหนทางที่จะได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้นในหลากหลายวิธี

แต่ละช่วงชีวิตของแต่ละคน คงมีจุดที่คิดว่า “พยายามอีกนิด อดทนอีกหน่อย ตั้งใจเรียนหนังสือ จะได้มีงานดี ๆ ทำ พอได้งานดี ๆ ทำก็ต้องยอมเหนื่อยอีกหน่อย ขยันๆ เพื่อจะได้มีเงิน มีอนาคตที่ดี”  พอทำงานไปได้สักพัก บ้างก็โสด บ้างก็แต่งงาน สักพักก็มีลูก เผลอไม่ทันไรก็ได้มีสถานะกลายเป็นปู่ ย่า ตา ยาย และไม่ช้าไม่นาน วันๆนั้นที่ทุกคนต้องเจอก็ได้มาถึงคือวันที่ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น   บางคนมีโอกาสที่ดีหน่อยก็ได้ไปอย่างสงบ ไม่ต้องมีโรคภัยไข้เจ็บให้เจ็บปวดทรมานก่อนตาย   หลายคนก็บอกว่าตายไปแล้ว อยากไปสวรรค์ ไม่อยากลงนรก แต่เราจะเข้าอาณาจักรสวรรค์ได้อย่างไรหากเรายังไม่รู้จักเจ้าบ้าน หรือเจ้าของสวรรค์!

มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐก็จริง แต่หลายครั้งหลายหน เราเองก็ได้ทำอะไรผิดพลั้งพลาดไป  ความผิดบางอย่างที่ผิดศีล ผิดธรรม ทั้งทางกาย วาจา และใจ เราก็เรียกว่า “ความบาป”  เช่น การโกหก การฆ่าคน เป็นต้น  มนุษย์เองจึงพยายามหาหนทางที่จะแก้ไขและป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น จึงก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ศาสนา” มนุษย์แต่ละคนที่มีความบาปก็พยายามทำดี เพราะคิดว่าการทำดีจะทำให้เราหลุดจากวงจรดังกล่าวได้    การทำดีไม่ใช่สิ่งผิด เป็นสิ่งดีที่ทุกศาสนาสอนไว้ ทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น แต่หนทางเหล่านั้น เป็นสิ่งที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากวงจรเหล่านั้นได้จริงหรือ  มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน?

ตั้งแต่ก่อนวันที่เราได้ลืมตาดูโลกนี้มา ได้มีผู้หนึ่งที่ได้เฝ้ามองดูเราอยู่ และเป็นผู้ที่ รู้จักเราดียิ่งกว่าที่เรารู้จักตัวเราเองเสียอีก  รู้แม้กระทั่งว่าบนหัวเรามีจำนวนเส้นผมกี่เส้น  เขาผู้นั้นย่อมรู้จักเราดีแน่นอน เพราะเขาเป็นคนสร้างเรามา   เป็นผู้ที่วางแผนการที่ดีเลิศมาให้เราแต่ละคนอย่างจำเพาะเจาะจง ซึ่งผู้นั้นก็คือ “พระเจ้า” พระองค์รักมนุษย์อย่างเราทุกคน รักเราเหมือนเราเป็นลูกคนเดียวบนโลกนี้ พระองค์ได้บอกไว้ว่า รักเราดั่งแก้วตาดวงใจของพระองค์  พระองค์จึงได้ส่งผู้หนึ่ง มายังโลกนี้เพื่อช่วยให้เราหลุดพ้นจากวงจรนี้ เขาคนนั้นคือ “พระเยซูคริสต์” พระบุตรของพระเจ้า

พระเยซูได้ลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์บนโลกนี้เมื่อ 2,000 กว่าปีที่แล้ว พระองค์ได้แสดงฤทธิ์อำนาจเหนือธรรมชาติและได้ช่วยเหลือประชาชนมากมาย ทำให้คนง่อยเดินได้ คนตาบอดได้มองเห็น คนหูหนวกได้ยิน และคนตายได้ฟื้นขึ้นมา แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่จุดประสงค์หลักที่พระองค์มายังโลกนี้ จุดประสงค์หลักของพระองค์คือการมายอมตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปกรรมเวรของมนุษย์ และในวันที่สามหลังจากนั้น พระองค์ได้ทรงฟื้นคืนชีวิตด้วยฤทธานุภาพที่ความตายไม่อาจหยุดยั้งพระองค์ไว้ได้ ซึ่งก็ได้มีประจักษ์พยานที่รู้เห็นบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้ นอกจากนี้พระองค์ยังได้สัญญาว่าจะอยู่กับเรา คอยช่วยเหลือและดูแลเรา ไม่มีวันทิ้งเราไปไหนเลย

พระเยซูไม่ได้แค่บอกหนทางว่าจะทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้นได้ แต่พระองค์มาทำให้เห็น มาแก้ให้จริง ไม่ได้ผลักไสไล่ส่งไปไหน พระองค์มาเพื่อเป็น “ทาง” ให้เรากลับมามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระผู้สร้าง  เป็น “ความจริง” ที่จะทำให้เราได้ตาสว่าง ได้พบกับคำตอบของทุกคำถามในชีวิต และเป็น “ชีวิต” ที่จะเติมเต็มชีวิตของเราให้ “ครบบริบูรณ์” นอกจากนี้ พระองค์ยังได้เชื้อเชิญบรรดาผู้ที่เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก ให้มาหาพระองค์ เพื่อที่เขาจะได้หายเหนื่อย และเป็นสุข ใครก็ตามที่เข้ามาหาพระองค์จะได้อิ่มใจ เพราะพระองค์ได้สัญญาไว้ว่าจะให้ “สันติสุข” แก่เขา ซึ่งโลกนี้ไม่สามารถให้ได้เลย สันติสุขนี้จะคอยคุ้มครองความคิดและจิตใจเรา ทำให้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา เราก็จะไม่วิตกและไม่กลัว และเราสามารถสัมผัสสันติสุขนั้นได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้!

หากคุณอยากรู้จักพระเจ้าเป็นการส่วนตัว อยากมีชีวิตที่ครบบริบูรณ์ อยากสัมผัสสันติสุขที่โลกนี้ให้ไม่ได้ เราอยากจะชวนคุณให้ออกเสียงอธิษฐานตามคำอธิษฐานในหน้าถัดไปนี้ไปด้วยกัน!

คำอธิษฐาน

เพื่อต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้า

“องค์พระเยซูคริสต์เจ้า ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นบุตรของพระเจ้า และได้มายังโลกนี้มาตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปกรรมเวรของข้าพเจ้า และฟื้นขึ้นจากความตาย  เสด็จไปสู่สวรรค์ ข้าพเจ้าต้องการพระองค์  ข้าพเจ้าขอเปิดประตูใจของข้าพเจ้า  ต้อนรับเอาพระองค์มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอด และเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า  ข้าพเจ้ายอมรับกับพระองค์ว่าข้าพเจ้าเป็นคนบาป  และขอสารภาพความผิดบาปทั้งสิ้นของข้าพเจ้า  ขอบพระคุณพระองค์ที่ได้ทรงโปรดอภัยโทษบาปผิดให้ข้าพเจ้าแล้ว  และได้โปรดประทานชีวิต

นิรันดร์ให้แก่ข้าพเจ้า  ขอได้โปรดครอบครองชีวิตของข้าพเจ้า และทำให้ชีวิตของข้าพเจ้าเป็นไปตามแนวทางของพระองค์เถิด  

ข้าพเจ้าจึงอธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน”

ขอแสดงความยินดี ! ที่คุณได้ตัดสินใจต้อนรับองค์พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าในชีวิตส่วนตัวและเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ บัดนี้คุณได้รับชีวิตใหม่จากพระองค์แล้ว คุณเป็นบุตรของพระเจ้า และเป็นสมาชิกในครอบครัวใหม่แห่งอาณาจักรสวรรค์แล้ว และบางทีคุณอาจจะมีคำถามว่า “แล้วฉันจะต้องทำอะไรต่อจากนี้? ฉันจะเริ่มต้นการเดินทางของชีวิตใหม่ไปกับพระเจ้าได้อย่างไร?” หนังสือ “ก้าวเเรกกับชีวิตใหม่ของคุณ” เล่มนี้ จะเป็นแนวทางที่จะช่วยให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับแผนการและพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จนคุณสามารถไปถึงเป้าหมายสูงสุดอันดีเลิศของชีวิตที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้กับคุณ

prayiconArtboard 1

คำอธิษฐาน

เพื่อต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้า

เริ่มอ่านพระคัมภีร์อย่างไรดี

แอพพลิเคชั่น Bible จะมีพระคัมภีร์ในทุกภาษา คุณสามารถเลือกอ่านเป็นภาษาไทยได้จากในแอพพลิเคชั่น

อยากรู้จักพระเจ้ามากกว่านี้

ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ในการดำเนินชีวิตใหม่ในพระเจ้า

“ความรอด” คืออะไร ?

ทันทีที่คุณได้อธิษฐานต้อนรับองค์พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าในชีวิตส่วนตัวและเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ มีอะไรบ้างที่เกิดขึ้นเมื่อคุณได้ตัดสินใจเช่นนั้น? สิ่งสำคัญประการแรกที่คุณได้รับนั้นคือความรอด ดังที่พระคริสตธรรมคัมภีร์ได้สัญญาไว้ว่า

“คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจของท่านว่าพระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด   ด้วยว่าความเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม และการยอมรับด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด”    (โรม 10:9-10)

คำว่า “ความรอด” ในข้อพระคัมภีร์ข้างบนนั้นหมายถึงคุณได้รอดพ้นจากสิ่งต่อไปนี้แล้วคือ

การถูกลงโทษอันเนื่องจากบาป: พระเยซูคริสต์เสด็จลงมาจากสวรรค์และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนรับโทษบาปแทนเราแล้ว เราจึงไม่ต้องรับโทษทัณฑ์ของความบาปในชีวิตของเราอีกต่อไป แต่ได้รับชีวิตใหม่ ที่เรียกว่าเป็น “ชีวิตนิรันดร์”

ฤทธิ์อำนาจของบาป: เมื่อพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระองค์ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตของเราด้วย และสิ่งนี้เองที่จะช่วยให้เราพ้นจากอำนาจของบาป เช่น การมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง ความต้องการฝ่ายเนื้อหนัง ราคะ ตัณหา นิสัยที่ไม่ดีต่างๆ ซึ่งเมื่อเราเชื่อฟังพระคริสต์ เราจะสามารถเอาชนะสิ่งเหล่านี้ และมีชีวิตใหม่ที่มีเสรีภาพอย่างแท้จริง!

รู้จักกับพระเจ้า “พระบิดา”

การเชื่อในพระเจ้า ไม่ใช่เป็นการนับถือศาสนาใหม่ ที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่คุณจะต้องยึดถือปฏิบัติตาม แต่เป็น “ความสัมพันธ์ใหม่” ที่คุณได้เข้ามาเป็น “ลูก” ของพระเจ้า ดังที่พระคัมภีร์ได้บอกไว้เช่นกันว่า

“แต่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์ คือคนที่เชื่อในพระนามของพระองค์นั้น พระองค์ก็จะประทานสิทธิให้เป็นลูกของพระเจ้า” (ยอห์น 1:12)

เช่นเดียวกับครอบครัวในชีวิตจริง ที่ลูกกับพ่อ มีการพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน แบ่งปันความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ต่อกันและกัน พระเจ้าก็เช่นกัน พระองค์ทรงเป็น “พระบิดา” ในสวรรค์ของคุณ และคุณเป็นลูกของพระองค์ ไม่ใช่คนรับใช้ หรือคนแปลกหน้าสำหรับพระองค์ พระองค์ปรารถนาให้คุณได้รู้จักและพบกับพระองค์ในความสนิทสนมใกล้ชิด พระองค์มิได้อยู่ห่างไกลจากเราเลย แท้ที่จริงแล้วพระองค์ทรงอยู่ใกล้มาก ๆ และพระองค์ทรงต้องการที่จะสื่อสารกับคุณแบบเป็นส่วนตัว เหมือนอย่างเพื่อนสนิทที่มักชอบใช้เวลาด้วยกัน

ทันทีที่คุณได้อธิษฐานต้อนรับองค์พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าในชีวิตส่วนตัวและเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ คุณสามารถที่จะเริ่มต้นมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าผ่านการทำสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้

หล่อเลี้ยงชีวิตใหม่ด้วย “พระคำ”

เหมือนกับเด็กทารกแรกคลอดที่ต้องการสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อที่จะเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ คุณเองเมื่อได้รับชีวิตใหม่ในฐานะลูกของพระเจ้าก็เช่นกัน ที่ต้องการอาหารสำหรับจิตวิญญาณของเรา ซึ่งก็คือ “พระคำ” ของพระเจ้า ดังที่พระเยซูคริสต์ได้ตรัสไว้ว่า

“มนุษย์ไม่อาจดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ดำรงชีวิตด้วยทุกถ้อยคำจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” (มัทธิว 4:4)

คุณจะเริ่มต้นรับอาหารฝ่ายวิญญาณนี้ เพื่อจะหล่อเลี้ยงชีวิตใหม่ของคุณได้อย่างไร?

“พระคริสตธรรมคัมภีร์” คือพระคำของพระเจ้า ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการที่พระเจ้าจะสามารถสื่อสารกับคุณและเป็นคู่มือที่จะแนะนำคุณในการดำเนินชีวิตใหม่นี้ได้!

“พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และ เป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การแก้ไขสิ่งผิด และการอบรมในความชอบธรรม เพื่อคนของพระเจ้าจะมีความสามารถและพรักพร้อมเพื่อการดีทุกอย่าง” (2 ทิโมธี 3:16-17)

ฉันจะอ่านพระคัมภีร์ได้จากที่ไหน ?

ถ้าคุณต้องการพระคัมภีร์ คุณสามารถติดต่อขอรับได้ฟรี จากข้อมูลติดต่อที่อยู่ในท้ายเล่มของหนังสือเล่มนี้

หรือสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นฟรี! 

สำหรับโทรศัพท์มือถือของท่าน (ทั้ง iOS และ Android) ได้ทันทีโดยค้นหาคำว่า Bible ในช่องค้นหาแอพพลิเคชั่น*


Download แอพพลิเคชั่น Bible

*แอพพลิเคชั่น Bible จะมีพระคัมภีร์ในทุกภาษา คุณสามารถเลือกอ่านเป็นภาษาไทยได้จากในแอพพลิเคชั่น

สำหรับ iOS

สำหรับ Android

ฉันจะเริ่มอ่านพระคัมภีร์อย่างไรดี ?

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ประกอบด้วยหนังสือย่อย ๆ ทั้งหมด 66 เล่ม หลังจากคุณได้รับพระคัมภีร์มาแล้ว ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอ่านจากตรงไหน เราอยากแนะนำให้คุณเริ่มต้นอ่านพระคัมภีร์ 2 เล่มนี้ก่อน

ยอห์น  

 บันทึกโดยยอห์น อัครสาวกของพระเยซู หนังสือเล่มนี้เปิดเผยถึงเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ในขณะที่พระองค์ทรงดำเนินอยู่บนโลก หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณได้รู้จักกับพระเยซูคริสต์ และความรักของพระองค์มากขึ้น

โรม   

บันทึกโดยอัครทูตเปาโล ซึ่งเคยต่อต้านคริสเตียนแต่ได้กลับใจใหม่ในเวลาต่อมา และได้รับการสำแดงจากพระเยซูโดยตรงในเรื่องแผนการทรงไถ่ของพระเจ้า หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความจำเป็นที่มนุษย์ต้องได้รับความรอด หนทางแห่งความรอดที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้กับมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ผ่านทางพระเยซูคริสต์ และชีวิตใหม่ในพระคริสต์

สนทนากับพระเจ้าด้วย
“การอธิษฐาน”

ในฐานะที่คุณเป็นลูกของพระเจ้า คุณสามารถมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าได้ในอีกรูปแบบหนึ่งคือ

การอธิษฐานต่อพระองค์ผู้ทรงเป็นพระบิดาของคุณ ผู้ที่จะทรงฟังทุกคำอธิษฐานของคุณ

การอธิษฐานคือ การที่เราพูดคุยสื่อสารกับพระเจ้า เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้า เหมือนกับการที่เราพูดคุยกับเพื่อน ยิ่งคุยกันมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้จักและสนิทกันมากขึ้น เช่นเดียวกัน ยิ่งเราอธิษฐานมากเท่าไร คุณก็ยิ่งพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้าให้สนิทสนมกันมากขึ้นเท่านั้น

การอธิษฐานนั้นเป็นการสื่อสาร 2 ทาง คือเราพูดกับพระเจ้า และเราสามารถมั่นใจว่าพระองค์ทรงฟังเราพูดอยู่เสมอ และพระองค์ปรารถนาจะพูดกับเราด้วยผ่านวิธีการต่าง ๆ

การอธิษฐานไม่มีสูตรสำเร็จหรือรูปแบบที่แน่นอนว่าถ้าเราพูดแบบนี้ ก็จะต้องได้ผลลัพธ์ออกมาแบบนั้น ความสำเร็จหรือล้มเหลวของการอธิษฐานไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาษาที่เราใช้ แต่ขึ้นอยู่กับความจริงใจของเราในการมอบความหวังหรือความต้องการของเราไว้กับพระเจ้า พระเยซูทรงสัญญากับเราว่า “ถ้าท่านขอสิ่งใดจากพระบิดา พระองค์จะประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่านในนามของเรา” พระองค์ได้แนะนำเราในการอธิษฐานด้วยว่า “สิ่งสารพัดซึ่งท่านอธิษฐานขอด้วยความเชื่อท่านจะได้”

เราสามารถอธิษฐานได้ทุกเรื่องเหมือนกับเพื่อนสนิทที่พูดคุยกัน บอกเรื่องราวความในใจระหว่างกัน บอกรักพระเจ้า บอกพระเจ้าว่าคุณรู้สึกอย่างไรในวันนี้ ขอการช่วยเหลือเมื่อได้รับความทุกข์ยากลำบากต่าง ๆ และขอบคุณพระองค์เมื่อได้รับความช่วยเหลือ

  1. เริ่มต้นคำอธิษฐานด้วยการกล่าวเรียกพระเจ้า ด้วยคำพูดง่ายๆ จากใจของคุณเอง เช่น “พระเจ้าครับ / คะ” “พระบิดาของลูก” “พระเยซูคริสต์” ฯลฯ
  2. ให้คุณบอกถึงความต้องการต่างๆของคุณ คุณอาจจะใช้คำแทนตัวเองว่า “ลูก” “ผม” “หนู” หรือ “ข้าพระองค์” ก็ได้ ตราบใดที่สิ่งนั้นออกมาจากใจของคุณ
  3. เมื่อคุณได้พูดคุยสิ่งที่อยู่ในใจ หรือขอสิ่งต่างๆ ต่อพระเจ้าจบแล้ว ให้ลงท้ายคำอธิษฐานว่า “ในพระนามขององค์พระเยซูคริสต์ อาเมน” คำว่า “อาเมน” นี้เป็นคำกล่าวด้วยความเชื่อ หมายความว่า ขอให้เป็นไปตามนี้

ตัวอย่างคำอธิษฐานในเรื่องต่าง ๆ

“พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ลูกขอบคุณสำหรับเช้าวันใหม่ที่พระองค์มอบให้ ขอบคุณพระองค์สำหรับสติปัญญา ความรู้ ความเข้าใจ กำลัง เรี่ยวแรง สุขภาพที่แข็งแรงที่พระองค์ทรงมอบให้ ขอพระองค์นำลูกในตลอดวันนี้ ไม่ว่าลูกจะไปที่ไหน ทำอะไร ขอพระเจ้าทรงอยู่ด้วย ขอทรงอวยพรการงานของลูก อวยพรเจ้านาย เพื่อนร่วมงานและบริษัทที่ลูกทำอยู่ด้วย ขอความโปรดปรานของพระองค์อยู่กับลูก สอนลูกในการดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง ดีงาม เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระองค์ ขออวยพรครอบครัวของลูก คุณพ่อคุณแม่ สามีหรือภรรยา ลูกๆ ของลูก ขอปกป้องคุ้มครองตลอดวันนี้ให้อยู่ในความปลอดภัย ลูกขอบคุณพระองค์ ในนามพระเยซู เอเมน

“พระบิดาเจ้า ลูกขอนำจิตใจอันหนักอึ้ง มืดมน ภาระหนัก และความกังวลใจในเรื่อง……………. เข้ามามอบไว้ต่อหน้าพระองค์ เพราะลูกรู้ว่าพระองค์ทรงห่วงใยลูก ลูกเชื่อและไว้วางใจว่าพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์จะทรงสามารถกระทำทุกสิ่งได้เกินกว่าสิ่งที่ลูกคิด ขอ หรือจินตนาการได้ ลูกจึงไม่ต้องทุกข์ร้อนในสิ่งใด ๆ เลย แต่ลูกทูลเรื่องความปรารถนของลูกทุกอย่างต่อพระองค์ ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ และลูกขอให้สันติสุขของพระองค์ ซึ่งเกินความเข้าใจทุกอย่าง เข้ามาคุ้มครองความคิด จิตใจของลูกไว้ในพระเยซูคริสต์ ลูกขอบพระคุณที่พระองค์ทรงฟังคำอธิษฐานจากใจของลูก และจะทรงตอบด้วยพระกรุณาคุณของพระองค์ ลูกอธิษฐานด้วยความเชื่อ ในพระนามพระเยซูคริสต์ เอเมน”

“พระเจ้าผู้ทรงสถิตเหนือฟ้าสวรรค์ ข้าพระองค์ถ่อมใจลงต่อพระพักตร์ของพระองค์ สารภาพบาปผิดที่ข้าพระองค์ได้กระทำ (ความผิดบาป) ขอพระเจ้าทรงพระเมตตาอภัยบาปผิดแก่ข้าพระองค์ ตามความรักมั่นคงที่พระองค์มีต่อข้าพระองค์ และของฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ ช่วยข้าพระองค์ ประทานกำลังแก่ข้าพระองค์ ที่ข้าพระองค์จะมีกำลังเอาชนะความบาปเหล่านี้ และไม่หลงไปกระทำความบาปผิดอีก ข้าพระองค์ขอสารภาพบาปต่อพระองค์ด้วยใจที่สำนึกผิด ในพระนามขององค์พระเยซูคริสต์ อาเมน”

“พระบิดาเจ้า ลูกขอบคุณพระองค์ที่ลูกมีพันธสัญญาแห่งการรักษาจากพระองค์ เพราะพระเยซูคริสต์ได้รับเอาความอ่อนแอ และความเจ็บป่วยของลูก (หรือผู้ที่เจ็บป่วย) ไปแล้ว พระเยซูคริสต์ได้แบกรับ (โรคหรืออาการ) ที่อยู่ในร่างกายของลูก (หรือผู้ที่เจ็บป่วย) ไปไว้ที่ร่างกายของพระองค์ผ่านทางรอยแผลเฆี่ยนที่แผ่นหลังของพระองค์แล้ว ลูกจึงได้รับการรักษาให้หายจาก (โรคหรืออาการ) แล้ว ขอบคุณพระเจ้า ในนามพระเยซูคริสต์ เอเมน”

มีประสบการณ์กับพระเจ้าผ่าน

“การสรรเสริญและการนมัสการ”


การสรรเสริญและการนมัสการพระเจ้า
เป็นสิทธิพิเศษที่พระเจ้ามอบให้กับผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ทุก ๆ คน การนมัสการพระเจ้าสำหรับคริสเตียนนั้นไม่ใช่เรื่องของรูปแบบพิธีกรรม แต่เป็นวิถีชีวิต เป็นการใช้ชีวิตอยู่ต่อหน้าพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ และมีประสบการณ์กับความรักที่ไม่มีสิ้นสุดของพระองค์ เพื่อคุณจะรับการเติมเต็มด้วยสิ่งดีทั้งสิ้นที่มาจากพระเจ้า จนสามารถใช้ชีวิตที่เป็นพรออกไปสู่ผู้คนรอบข้างได้ในทุก ๆ วัน
คุณสามารถสรรเสริญและนมัสการพระเจ้าได้ในทุกที่และทุกเวลา ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น

เมื่อคุณพูดและอธิษฐานขอบคุณ หรือยกย่องชื่นชมพระเจ้าในความดีและความรักของพระเจ้าตามที่คุณได้รู้จักกับพระองค์ผ่านทางพระคัมภีร์ คุณกำลังเปิดโอกาสให้ตัวคุณเองได้มีประสบการณ์กับพระเจ้าในสิ่งนั้น ๆ แม้ในยามที่มีอุปสรรคปัญหาในชีวิต การสรรเสริญและนมัสการพระเจ้าด้วยคำพูดและคำอธิษฐาน จะช่วยให้คุณละความสนใจจากปัญหาที่อยู่รอบข้าง มาสู่การมองดูที่พระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่และเป็นความช่วยเหลือของคุณ แล้วคุณจะได้เห็นการอัศจรรย์ของพระเจ้าในสถานการณ์ชีวิตของคุณ !

“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นกำลังและเป็นโล่ของข้าพเจ้า จิตใจ ของข้าพเจ้าวางใจในพระองค์ และข้าพเจ้าได้รับการช่วยเหลือจิตใจของ ข้าพเจ้ากระโดดโลดเต้นด้วยความชื่นชมยินดีและข้าพเจ้าจะร้องเพลงขอบ พระคุณพระองค์” (สดุดี 28:7)

บทเพลงและเสียงดนตรีนั้นเป็นของขวัญอันงดงามที่สุดอย่างหนึ่ง ที่พระเจ้ามอบให้กับมนุษย์ ในพระคัมภีร์นั้นเต็มไปด้วยตัวอย่างของการใช้เสียงดนตรีเพื่อเป็นสื่อในการสรรเสริญนมัสการพระเจ้า ดังนั้นเมื่อคริสเตียนรวมตัวกันที่ใด เรามักจะเห็นภาพของการร่วมกันร้องเพลงเพื่อสรรเสริญนมัสการพระเจ้าอยู่เสมอ เพราะบทเพลงนั้นเป็นสื่อที่ทรงพลังในการที่จะทำให้เราได้จดจ่อทั้งความคิด จิตใจ และจิตวิญญาณของเราให้อยู่ที่พระเจ้า

คุณสามารถสรรเสริญและนมัสการพระเจ้าได้ในทุกที่และทุกเวลา ด้วยการฟังหรือร้องบทเพลงต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณได้ใกล้ชิดกับพระเจ้าและมีความเชื่อในพระองค์มากยิ่งขึ้น (ตัวอย่างเพลงอยู่ด้านล่าง)

“ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระ องค์ทรงดีต่อข้าพเจ้า” (สดุดี 13:6)

การดำเนินชีวิตใหม่ในพระเจ้านั้น ไม่ใช่เรื่องของพิธีกรรมทางศาสนา แต่เป็นวิถีชีวิต เมื่อคุณแสดงออกถึงความรักและความดีของพระเจ้าที่คุณได้มีประสบการณ์นั้น ผ่านชีวิตของคุณออกมา ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือคนยากจน การทำความดี การดูแลครอบครัว การใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอย่างซื่อสัตย์เที่ยงตรง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เปรียบได้กับการสรรเสริญและนมัสการพระเจ้าผ่านชีวิตของคุณ เพื่อคนอื่นจะได้เห็นสิ่งที่ดีและสรรเสริญพระเจ้าที่อยู่ในชีวิตของคุณเช่นกัน

“ให้ทุกสิ่งที่มีลมหายใจ สรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า จงสรรเสริญ องค์พระผู้เป็นเจ้า” (สดุดี 150:6)

แนะนำบทเพลงนมัสการ

คุณสามารถฟังเพลงนมัสการพระเจ้า ที่เราได้รวบรวมเอาไว้เพื่อให้คุณฟังได้อย่างสะดวกในทุก ๆ ที่

โดยการสแกนที่ QR Code นี้ด้วยโทรศัพท์มือถือของท่าน

Playlist เพลงนมัสการภาษาไทย

ใช้เวลาประจำวันกับพระเจ้า

ถึงตอนนี้ เมื่อคุณได้เข้าใจในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในความสัมพันธ์กับพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระบิดาของคุณ ในทุก ๆ วัน

คุณสามารถที่จะทำเช่นนี้ เพื่อที่จะได้เรียนรู้จักพระเจ้ามากขึ้น และเติบโตขึ้นสู่การมีชีวิตที่เต็มล้นไปด้วยชัยชนะอย่างที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ให้กับคุณ

เริ่มต้นทุกวันด้วยการสรรเสริญและนมัสการพระองค์

จดจ่ออยู่ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าและขอบคุณพระองค์ สำหรับสิ่งซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำเพื่อชีวิตของคุณ ด้วยคำอธิษฐานและบทเพลง เพื่อชีวิตของคุณจะเต็มล้นไปด้วยความเชื่อและความยินดีชื่นบาน

อ่านพระคำของพระเจ้า และจดจำพระสัญญาของพระองค์

มีเวลาที่สม่ำเสมอต่อเนื่องในการอ่านพระคัมภีร์ทีละบท ทีละข้อ และให้พระเจ้าตรัสกับคุณ และนำคุณไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิต ขณะเดียวกันคุณจะพบว่า พระคัมภีร์เต็มไปด้วยสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญากับลูกของพระองค์ เมื่อเราจดจำพระสัญญาเหล่านั้นและมีความเชื่อในพระองค์ พระองค์จะเปลี่ยนบรรดาพระสัญญาเหล่านั้นให้เกิดขึ้นเป็นจริงในชีวิตของคุณ!

ทำบันทึกการเดินทางกับพระเจ้า

ใช้เวลาบันทึกถึงสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ ประสบการณ์ที่คุณได้พบ และบทเรียนที่พระเจ้ากำลังสอนคุณ แล้วคุณจะพบกับความอัศจรรย์ใจว่าพระองค์ทรงรักคุณและปรารถนาจะสื่อสารกับคุณมากขนาดไหน

เป็นส่วนหนึ่งของ “ครอบครัว”

เป็นส่วนหนึ่งของ “ครอบครัว”

เมื่อทารกแรกเกิดคลอดออกจากครรภ์ของผู้เป็นแม่ ทารกทุกคนจำเป็นต้องได้รับความรัก การเอาใจใส่ การดูแล และการอบรมเลี้ยงดู เป็นสมาชิกในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กันกับคุณพ่อ คุณแม่ และญาติพี่น้อง เพื่อที่ทารกนั้นจะสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ได้ ผู้เชื่อใหม่ที่ได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดก็เช่นกัน เมื่อคุณได้บังเกิดใหม่แล้วในอาณาจักรของพระเจ้า ในเวลานี้คุณจึงได้มีฐานะใหม่คือเป็นลูกของพระเจ้า และเป็นสมาชิกในครอบครัวพระเจ้าทันที! นั่นหมายความว่า นอกจากครอบครัวในชีวิตปกติที่ทุกคนยังมีเหมือนเดิมนั้น ในตอนนี้พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมครอบครัวฝ่ายวิญญาณไว้ให้กับคุณอีกด้วย นั่นคือ “คริสตจักร” ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงสถานที่หรือตัวอาคาร แต่เป็นชุมชนและกลุ่มคนซึ่งผูกพันกันด้วยความสัมพันธ์และความรัก และมีจุดประสงค์ผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์

ร่วมแบ่งปันชีวิตกับผู้อื่นผ่าน “การสามัคคีธรรม”

ที่คริสตจักรนั้น คุณสามารถแบ่งปันชีวิตร่วมกับผู้เชื่อคนอื่น ๆ ผ่านการให้กำลังใจ เตือนสติ และเสริมสร้างซึ่งกันและกันให้รักและกระทำการดี รักพระเจ้าและรักซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น ภายใต้คำสอนและการชี้แนะของผู้นำคริสตจักรที่เรียกว่า “ศิษยาภิบาล” หรือผู้นำซึ่งได้รับมอบหมายจากพระเจ้าให้ดูแลและเสริมสร้างพัฒนาผู้เชื่อให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในจิตวิญญาณและความเชื่อ คุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรที่อยู่ใกล้บ้านของคุณ หรือตามความสะดวกในการเดินทางและเวลาของคุณ โดยติดต่อตามข้อมูลผู้ติดต่อที่อยู่ในหน้าถัดไปของหนังสือเล่มนี้ และพี่น้องเหล่านี้จะช่วยแนะนำให้คุณได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรได้

ฉันอยากรู้จักพระเจ้ามากกว่านี้

ถ้าคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ในการดำเนินชีวิตใหม่ในพระเจ้า คุณสามารถติดต่อได้ที่

คริสตจักรลิฟวิ่งสตรีมส์
ห้อง 9B อาคารเอเวอร์กรีนเพลส 318 ถนนพญาไท ราชเทวี กรุงเทพ 10400
อีเมล์ info@livingstreamsbangkok.com
โทรศัพท์ 02-611-1974

Website : www.livingstreams.com
FB Page : Living Streams Bangkok
Line@ : @LivingStreams
Youtube Channel : Living Streams Bangkok Church